
ว่ากันด้วยเรื่องของการเทรดการลงทุนนั้น มีเครื่องมือมากมายให้เราได้เลือกใช้ในการเทรดต่างๆ เพื่อความสะดวกและป้องการสูญเสียเงินลงทุนแบบไม่ทันตั้งตัวอย่างที่เราจะพาทุกๆ ท่านไปทำความเข้าใจนั้นก็คือ “การตั้ง Stop loss” ครับ โดยวันนี้เราจะมาแนะนำเกี่ยวกับ “5 วิธีตั้ง Stop Loss อย่างมืออาชีพ เพื่อป้องกันพอร์ตพัง” ครับ เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา เราไปชมพร้อมๆ กันเลยครับ
5 วิธีตั้ง Stop Loss อย่างมืออาชีพ
เข้าใจเลยว่าการตั้ง Stop Loss เป็นหัวใจสำคัญของการบริหารความเสี่ยงในการเทรด เพื่อปกป้องเงินทุนของเราไม่ให้เสียหายหนักจนพอร์ตพัง วันนี้เรามี 5 วิธีตั้ง Stop Loss แบบมืออาชีพมาฝากครับ ลองนำไปปรับใช้ให้เข้ากับสไตล์การเทรดของคุณดูนะครับ
- ใช้ระดับแนวรับแนวต้าน (Support and Resistance Levels): นี่เป็นวิธีเบสิกแต่ทรงพลังครับ นักเทรดมืออาชีพมักจะมองหาระดับราคาที่เคยเป็นแนวรับ (ราคาที่มักจะดีดตัวขึ้น) หรือแนวต้าน (ราคาที่มักจะปรับตัวลง) ในอดีต แล้วตั้ง Stop Loss ไว้ใต้แนวรับที่แข็งแกร่ง หรือเหนือแนวต้านที่สำคัญเล็กน้อย เผื่อให้ราคาแกว่งตัวได้บ้างแต่ยังคงอยู่ในทิศทางที่เราคาดการณ์ไว้ หากราคาหลุดแนวรับหรือแนวต้านนั้นไปได้ แสดงว่าโมเมนตัมอาจเปลี่ยนแล้ว และถึงเวลาที่เราต้องตัดขาดทุนครับ
- อ้างอิงจากค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Averages): ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ช่วยให้เราเห็นแนวโน้มของราคาได้ชัดเจนขึ้น การตั้ง Stop Loss ใต้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะสั้น (เช่น 20 วัน) สำหรับการเทรดระยะสั้น หรือใต้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะยาว (เช่น 200 วัน) สำหรับการเทรดระยะยาว เป็นอีกวิธีที่นักเทรดมืออาชีพนิยมใช้ หากราคาหลุดจากเส้นค่าเฉลี่ยที่เราอ้างอิง อาจเป็นสัญญาณว่าแนวโน้มกำลังเปลี่ยน
- ใช้จุดต่ำสุด/สูงสุดล่าสุด (Recent Lows/Highs): วิธีนี้ค่อนข้างตรงไปตรงมาครับ หากเราเข้าซื้อ (Long) เราอาจตั้ง Stop Loss ไว้ใต้จุดต่ำสุดล่าสุดที่ราคาสวิงตัวขึ้นมา หรือหากเราเข้าขาย (Short) เราอาจตั้ง Stop Loss ไว้เหนือจุดสูงสุดล่าสุดที่ราคาสวิงตัวลงมา วิธีนี้ช่วยให้เรามี Stop Loss ที่สมเหตุสมผลตามโครงสร้างราคาปัจจุบัน
- กำหนดเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงที่รับได้ (Percentage Risk): นักเทรดมืออาชีพจะคำนวณความเสี่ยงที่พวกเขายอมรับได้ต่อการเทรดแต่ละครั้ง เช่น ไม่เกิน 1% หรือ 2% ของเงินทุนทั้งหมด จากนั้นจึงคำนวณขนาด Position ที่เหมาะสมเพื่อให้การขาดทุนไม่เกินเปอร์เซ็นต์ที่กำหนดไว้ วิธีนี้ช่วยให้เราควบคุมความเสียหายได้แน่นอน ไม่ว่าราคาจะแกว่งตัวมากน้อยแค่ไหน
ตัวอย่างเช่น หากคุณมีเงินทุน 100,000 บาท และรับความเสี่ยงได้ 1% ต่อการเทรด นั่นคือ 1,000 บาท หากคุณเทรดหุ้นที่มีราคา 100 บาท และต้องการตั้ง Stop Loss ที่ 95 บาท (ความเสี่ยง 5 บาทต่อหุ้น) คุณจะสามารถซื้อหุ้นได้สูงสุด 200 หุ้น (1,000 บาท / 5 บาทต่อหุ้น)
- ใช้เครื่องมือทางเทคนิค เช่น ATR (Average True Range): ATR เป็นเครื่องมือที่วัดความผันผวนของราคา การตั้ง Stop Loss โดยอิงจากค่า ATR จะช่วยให้เรากำหนดระยะห่างของ Stop Loss ที่เหมาะสมกับความผันผวนของสินทรัพย์นั้นๆ ในช่วงเวลานั้นๆ หากสินทรัพย์มีความผันผวนสูง เราก็ควรตั้ง Stop Loss ให้กว้างขึ้นเพื่อป้องกันการโดน Stop Out จากการแกว่งตัวระยะสั้น
ตัวอย่างเช่น หากค่า ATR ของหุ้นตัวหนึ่งอยู่ที่ 2 บาท การตั้ง Stop Loss ที่ 2 หรือ 3 เท่าของค่า ATR จากราคาที่เราเข้าซื้อ อาจเป็นระยะที่เหมาะสม
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลที่เราพาทุกๆ ท่านไปเรียนรู้วิธีการ “ตั้ง Stop loss” ซึ่งเราคิดว่าเป็นเครื่องมือในการเทรดที่สำคัญ เพื่อป้องการเสียเงินลงทุนได้เป็นอย่างดีเลยครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ
